|
|
|
|
|
เพื่อที่จะตอบสนองต่อเป้าหมายที่ละมุนละม่อมของการบริโภคพลังงานฐานศูนย์
และส่งเสริมการสร้างผลงานที่เป็นเลิศ ผู้นำอุตสาหกรรมจำเป็นต้องคิดใหม่
(rethink) ในวิถีทางที่พวกเขาคิดขึ้นมาและสร้างโครงสร้างและสิ่งแวดล้อม
จากการเพิ่มการแข่งขันระดับนานาชาติและห่วงโซ่อุปทาน
อุตสาหกรรมการก่อสร้างกำลังเผชิญแนวโน้มในอนาคตที่ว่าอุตสาหกรรมผลิต
ของอเมริกาที่จะเผชิญในปลายปี ค.ศ.1970 และ 1980
เพื่อตอบสนองสิ่งท้าทายในการแข่งขันเหล่านั้น
ผู้ผลิตรถยนต์,คอมพิวเตอร์,และสินค้าอุปโภคบริโภคได้ปรับปรุงวิธีการพัฒนา
ผลิตภัณฑ์ใหม่และดีขึ้นกว่าเดิม วิธีการต่าง
ๆเหล่านี้ได้สร้างความประทับใจในสิ่งคิดค้นบริษัทเพื่อการแข่งขัน,
การออกแบบ,การสร้างและส่งมองผลิตภัณฑ์คุณภาพอย่างสูงบ
ใครคือลูกค้าของอุตสาหกรรมการก่อสร้าง?
การสร้างลูกค้าเป็นบุคคลที่เกิดขึ้นมาในการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมและ
พาณิชยกรรมที่หวังจะได้กำไรจากงานที่พวกเขาทำ
การส่งมอบการก่อสร้างที่มีผลงานเป็นเลิศจะต้องมีความชัดเจนต่อการออกแบบก่อ
สร้างในสิ่งที่เป็นปัจจัยที่มีผลงานเป็นเลิศต่อการเป็นเจ้าของก่อสร้าง,ผู้
รับจ้างอาชีพและบุคคลที่บำรุงรักษาสิ่งก่อสร้าง
สถาปนิก,วิศวกรและผู้รับเหมาจะต้องรู้ว่าลูกค้าเหล่านี้ต้องการประสบการณ์ใน
การทำงานอย่างดีที่สุด
จากการสูดกลิ่งแอร์ในขนาดที่ตรวจสอบเพื่อเขียนบิลสำหรับสิ่งค้าอรรถ
ประโยชน์
ความเข้าใจในความต้องการเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างประสิทธิผล,
ประสิทธิภาพสำหรับผู้ใช้และความสามารถในการทำกำไรสำหรับเจ้าของกิจการ
นักพัฒนาผลิตภัณฑ์ชั้นสูงในปัจจุบันนี้
ใช้วิธีการพยายามและการเข้าถึงความจริงในการรวบรวมชนิดของข้อมุลข่าวสารและ
ใช้เพื่อการตัดสินใจที่ดี
อุตสาหกรรมก่อสร้างไม่ได้ถูกว่าจ้างในรูปแบบเช่นวิธีการก่อสร้าง,
อย่างไรก็ดีมันก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดในการสร้างผลงานที่เป็นเลิศ
ในถ้อยคำของ โยกิ เบอร่ากล่าวว่า
"หากคุณไม่รู้ในสิ่งที่คุณกำลังจะดำเนินไปอย่างไร?
คุณจะสิ้นสุดที่บางแห่ง"
การกำหนดความคาดหวังสำหรับวิธีการก่อสร้างจะทำให้บรรลุสำเร็จภายในสองสาม
สัปดาห์ แต่การกำหนดที่จะทำการก่อสร้างให้มีอายุการใช้งานได้มากกว่า 50
ปี แต่โชคไม่ดีที่อุตสาหกรรมก่อสร้างไม่ได้ทำในรูปแบบนีั้ได้ดี
และผลที่เกิดขึ้นเป็นผลงานที่เลวร้ายในการก่อสร้างมากมายจากแนวคิดของลูกค้า
ทั้งหลายแหล่
บทเรียนจากขบวนการเคลื่อนไหวการควบคุมคุณภาพโดยรวมในปี 1980 และ
1990
เรื่องราวของวิธีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นลูกค้านำไปสู่การปฏิบัติเริ่ม
ต้นจากการแข่งขันนอกชายฝั่งทะเล ภายหลังปี ค.ศ.1973 วิกฤติน้ำมัน
โรงงานผลิตรถยนต์ญุี่ปุ่นได้จับมือกับโรงงานผลิตรถยนต์อเมริกาด้วยความแปลก
ประหลาดใจเมื่อนำมาขายในราคาถูก,
เป็นยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงสูงที่เป็นไปตามความต้องการ
ของชาวอเมริกัน โดยเบื้องต้นมีการยกเลิกอันเนื่องจากคุณภาพต่ำ
ผู้ผลิตรถยนต์ประเทศอเมริกาตอบสนองช้าและชาวญี่ปุ่นได้รับประโยชน์จากการยืน
อยู่ได้ด้วยตนเอง ปีแล้วปีเล่า
คุณภาพยานพาหนะได้มีการปรับปรุงจนเป็นที่ต้องการของผู้ขับขี่ชาวอเมริกา
มีความน่าเชื่อถือ,
มีพื้นที่ว่างในการใช้สอยอย่างสะดวกสบาย,มีลีลาที่ดีขึ้นกว่าเดิม,
แม้แต่ที่วางถ้วยแก้ว ส่วนแบ่งตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว
ผู้นำอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ทำการร่วมกันศึกษาค้นพบว่าญุี่ปุ่นกำลังใช้วิธีการ
ปรับปรุงเชิงคุณภาพในกระบวนการ
พัฒนผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาได้เรียนรู้ประสบการณ์จากอุตสาหกรรมอเมริกันจาก
ดร.ดับบลิว.เอ็ดวาร์ด เดมมิ่งกับคนอื่น ๆ ได้แก่
(ก) แนวความคิดการปรับปรุงต่อเนื่อง (Continuous Improvement)
ของกระบวนการที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นหนทางติดตามเพื่อปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์
(ข) มีศรัทธาขององค์กรบริษัทที่ใช้เทคนิคเดมมิ่ง
ส่วนที่เป็นกุญแจของการปรับปรุงต่อเนื่อง
คือการรู้ในสถานที่ดีที่่สุดในการปรับปรุงกระบวนการหรือผลิตภัณฑ์
การทำเช่นนี้
คนญุี่ปุ่นพัฒนาระเบียบวิธีการที่มุ่งเน้น"คุณลักษณะตามที่ต้องการจาก
ลูกค้า" ชื่อที่เรียกกันเป็นการเน้นต่อกระบวนการที่แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า
"การเกลี่ยหน้าที่คุณภาพ" (Quality Function Deployment)
(ค) หรือชื่อย่อ QFD
เป็นกระบวนการใช้เทคนิคที่รวมกันและเข้าใจในสิ่งที่เป็น
"ความต้องการของลูกค้า" ที่อยู่ในตลาด
เป็นกระบวนการที่เรียกว่าการรวบรวมจากการรับฟังเสียงจากลูกค้า (Voice of
the Customer:VOC)
ความคิดทั้งหมดอยู่เบื้องหลังแนวทางนี้คือสร้างความมั่นใจว่าแต่ละคนใน
องค์การพัฒนาเข้าใจในสิ่งที่เป็นความต้องการของลูกค้าซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก
ที่สุดและมีความพึงพอใจน้อยที่สุดโดยผลิตภัณฑ์ปัจจุบันเพื่อว่า
"ความพยายามปรับปรุงคุณภาพที่สามารถจัดการได้"
สิ่งนี้ไม่ใช่งานง่ายภายในองค์กรที่เป็นโครงการก่อสร้าง
จงจินตนาการจำนวนผู้คนที่ต้องได้มีการสร้างพันธมิตรในโครงการนี้
ทำอย่างไรลูกค้าเหล่าน้ีจึงจะหยั่งถึงการไกล่เกลี่ยที่ดีที่สุดในองค์การได้
อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพเพื่อว่าทุกคนทำในส่วนที่ปรับปรุงคุณภาพ
ระบบของ ดร.เอเคโอพึ่งจะทำสิ่งนั้น
การทำให้ระบบทำงานได้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
ญุี่ปุ่นได้ร่วมทำการสอนกับอุตสาหกรรมอเมริกันใน "ปรมาจารย์คุณภาพ"
คือโจเซฟ จูราน
ใน
วันหนึ่ง การสอนของจูรานได้เน้นคุณภาพในด้านความอ่อนนุ่ม
เป็นการเผยแพร่วิธีการที่บุคคลทำงานร่วมกันและสามารถแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร
ได้อยางมีประสิทธิผลมาก, การเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางองค์การและข้อจำกัด
(เท่าที่ทราบคือไซโลของการปฏิบัติหน้าที่)
การสร้างทีมกลับเป็นสิ่งสำคัญของการสร้างคุณภาพให้เกิดขึ้น"
ผลงานของจูรานยังย้ำเน้นวิธีการคุณภาพที่ถูกดัดแปลงในต้นทุนธุรกิจ
และกำไรในระดับล่าง การนำไปใช้ทั้งหมด
ระบบทั้งหลายได้กลับเป็นที่ทราบกันคือการจัดการควบคุมคุณภาพโดยรวม (Total
Quality Management: TQM)
วิวัฒนาการจากการจัดการคุณภาพโดยรวมต่อขบวนการเคลื่อนไหวของแนวคิด Six
Sigma
แรงผลักดันของการแข่งขันระดับโลกยังคงรุนแรงต่อเนื่องในทศวรรษที่เกี่ยวข้อง
กัน
ในขณะที่บริษัทส่วนมากในอเมริกามีการพัฒนาเกิดวิธีการปรับปรุงคุณภาพสินค้า,
สินค้าที่ปรับปรุงแล้ว จะตีตราคุณภาพ"
เป็นสิ่งที่ปรากฎให้เห็นในตลาดทุกหนแห่ง จากรถยนต์และสารกึ่งตัวนำ,
สินค้าและบริการสำหรับอุปโภคบริโภค
ในอุตสาหกรรมหลายแห่งการปรับปรุงข้อปฏิบัติเหล่านี้กลับมาเป็นราคาของการยอม
รับไปสู่บทบาทในการเล่นเกมส์ที่พบเห็นหลักฐานจากการก่อกำเนิดมาตรฐาน
ISO
การปฏิบัติเพือการจัดการคุณภาพโดยรวมได้ผ่านการปรับปรุงมาหลายปีดีดัก
ตั้งแต่ทศวรรษ 80 ที่สามารถสังเกตได้มากที่สุดคือการปฏิบัติที่เรียกว่า
"การรื้อปรับระบบ"
(re-engineering)
ซึ่งเป็นวิธีการปรับปรุงตามที่กำหนดและเคลื่อนย้ายสิ่งที่ทำให้เกิดการสูญ
เสียในองค์การทั้งหมดเพื่อการดำเนินการลดกำลังแรงงาน
เป็นที่ทราบกันคือการลดขนาดแรงงานลง (downsizing)
เช่นผู้นำธุรกิจเริ่มต้นที่จะตระหนักความไร้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติธุรกิจ
ที่กำลังเกิดขึ้นและองค์การ
ยักษ์อีกตนหนึ่งที่ก้าวขึ้นไปอยู่เบื้องหลังวิวัฒนาการเพื่อการจัดการคุณภาพ
โดยรวมเริ่มต้นในปี คศ 1995 เมื่อ แจ๊ค
เวลซ์ได้นำเอาซิกซิกม่าเข้ามาใช้ในบริษัทเจเนอรัล มอเตอร์ทั้งหมด
คำนี้หมายถึงการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความสูญเสียแบบฐานศูนย์
ในระดับโอกาสการสูญเสีย 6/1 ล้านชิ้น หรือน้อยกว่า
เป็นเป้าหมายการปรับปรุงคุณภาพเพื่อการสูญเสียน้อยที่สุด
สิ่งที่น่าสนใจเมื่อซิกซิกม่าได้นำมาประยุกต์กับกระบวนการธุรกิจในทุกกระบวน
การในองค์การหนึ่งองค์การใด ที่ดำเนินงานได้สำเร็จโดยบริษัทเจเนอรัลมอเตอร์
เป็นผลทางการเงินของบริษัทที่สร้างความแปลกใจที่สามารถบรรลุความสำเร็จได้
ซึ่งดร เดมมิ่งคงจะภาคภูมิใจ
.
|
|
|
|
|
|
|
|