Tuesday, November 21, 2017

รับสมัครอาจารย์ของสถาบันการศึกษาภาครัฐและเอกชน

                         อาชีพอาจารย์ระดับอุดมศึกษานับว่าเป็นอาชีพของผู้ที่ไฝ่ฝันในการเป็นอาจารย์ซึ่งในสังคมไทยให้ความเคารพ และถือว่าครูอาจารย์เป็นแบบอย่างที่ทำให้สังคมให้ความเชื่อถือ   ดังนั้นเพื่อติดตามข้อมูลการรับสมัครงานอาจารย์ที่เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ หรือแสวงหางาน ซึ่งสามารถติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/groups/1552619101709963/   โดยนำไปใส่ในแอดเดรสก็จะปรากฎกลุ่้มรับสมัครอาจารย์    ซึ่งหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนสามารถโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสรรหาตำแหน่งงานที่ว่างให้กับผู้ต้องการเข้าสู่อาชีพอาจารย์       ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้ลงในเฟสบุ๊คโดยใช้ชื่อว่ากลุ่มรับสมั้ครอาจารย์
                                                             จาก ทวิพันธ์ พัวสรรเสริญ

หมายเหตุ:   หากต้องการเป็นสมาชิกในเฟสบุ๊ค  ให้พิมพ์ที่แอดเดรสเฟสบุ๊คว่า puasansern tawipan และไปเปิดกลุ่มรับสมัครอาจารย์ ก็จะพบและสามารถประชาสัมพันธ์ได้ครับ   ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจครับ

                                                            ----------------------

Sunday, October 15, 2017

ความคิดที่แตกต่างนำไปสู่ทางเลือกในการแก้ปัญหา และเกิดความคิดสร้างสรรค์ดีกว่าความคิดแบบเออออห่อหมก

                         สังคมไทยเป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมแบบอำนาจนิยม ผู้ใหญ่หรือครูบาอาจารย์หลายคนยังมีบุคลิกที่ยึดถือความคิดเห็นตนเองเป็นใหญ่  จะชอบคนที่ยอมตาม ทำให้ผู้เรียน และผู้ตามในสังคมมักใช้วิธีว่า "เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไมกัด หรือพูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง    ประกอบกับระบบการศึกษายังไม่ใช้ระบบการสอนที่เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แต่ครูอาจารย์มักชอบผู้เรียนที่เรียบร้อยหรืออยู่แบบเงียบ ๆ ไม่แสดงความคิดเห็น   ซึ่งบุคลิกเช่นนี้ถูกกล่อมเกลาให้ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น และการสอนไม่ได้สอนแบบให้ผู้เรียนรู้จักคิด   บุคลิกแบบนี้หล่อหลอมให้ขาดความเป็นผู้นำ เพราะขาดความกล้าหาญในการแสดงออก  และต้องยอมตามผู้อื่นอย่างไม่สงสัย  หรือไม่เคยตั้งคำถามใด  ทำให้คนไทยจำนวนมากไม่ค่อยชอบการค้นคว้า หรือศึกษาด้วยตนเอง กลายเป็นการทำรายงานที่นิยมก๊อปปี้ หรือว่าจ้าง  เช่นการทำค้นคว้าอิสระ หรือวิทยานิพนธ์ จึงมีการว่าจ้า่งกันอย่างดาดดื่น  ทำให้คนไทยจำนวนมากที่จบการศึกษาขาดความรู้อย่างแท้จริง และขาดการสังเกตเรียนรู้ และไต่ถาม   ซึ่งผิดกับครูผู้สอนในโ่ลกตะวันตกเขาจะสอนให้เด็กคิดเป็น, ทำเป็น สอนให้มีทักษะความคิด (Critical Thinking)  เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้การศึกษาไทยคุณภาพการศึกษาเริ่มลดต่ำลง   ประกอบกับสังคมไทยนิยมระบบอุปถัมป์ ในการรับสมัครเข้าทำงาน   ไม่ได้คัดคนมีคุณภาพเข้าทำงาน หรอเข้ามาทำงานก็ขาดการพัฒนาการฝึก่อบรมที่สร้างทักษะในการทำงานหรืออาชีพ    
                        เหตุเช่นนี้การคิดต่างในสังคมไทยจึงเกิดขึ้นอย่างมาก  เช่นในการประชุมต่างๆ จะพบ่ว่าลูกน้องจะเกรงใจหัวหน้า หรือผู้บริหาร ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง     วัฒนธรรมเช่นนี้ทำให้การปรับตัวเพื่อเป็นผู้นำค่อนข้างต่ำ     ผู้บริหารหลายคนขาดความเป็นผู้นำ กลายเป็นผู้ที่มีความคิดคล้อยตาม  หรือบางคนก็อาจก้าวร้าวเพราะความขัดข้อง    วัฒนธรรมความคิดต่างถูกมองว่าคนที่เห็นต่างเป็นศัตรู หรือเป็นคู่แข่งไปเลย    แต่ก่ลับมองว่าคนที่เออออห่อหมกเป็นคนดี ไม่แสดงความเห็นขัดใจผู้ใหญ่ ทำให้คนมีอำนาจอาจได้ใจ และกลายเป็นวัฒนธรรมครอบงำไปเลย   ยิ่งในการบริหารมหาวิทยาลัยที่การบริหารยังขาดประสิทธิภาพในการสรรหาผู้นำองค์การทางการศึกษาที่เป็นแบบมืออาชีพ ก็จะยิ่งมีการบริหารค่อนไปทางเผด็จการ   การบริหารจึุงกลายเป็นการบริหารแบบตามใจผู้บริหาร  ผู้น้อยไม่ต้องมีปัญหา หรือแสดงความคิดเห็น   ทำให้องคฺ์การขาดมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษา เพราะไม่มีความคิดใหม่ ๆ   ความคิดจึงถูกรวมศูนย์ไปที่ผู้บริหารเพียงไม่กี่คน   สังคมไทยจึงพบทั่วไปว่ามีลักษณะเกรงใจคนมีอำนาจ  และไม่เคยสงสัยว่าวิธีการได้อำนาจมาอย่างไม่ถูกต้องก็ไม่่มการสงสัย  ทำให้การคดโกง ทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา  เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาในเชิงบริหาร  แต่การปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นมักมีการพูดบ่อย ๆ แต่ท้ายที่สุดปัญหานี้ก็ไม่หมดสักที   เพราะระบบการบริหารในหน่วยงานขาดการปฏิรูป หรือสังคายนา หรือการระดมสมองแก้ปัญหาโดยกลุ่ม  ไม่ค่อยพบเห็น  จะมีแต่การกำหนดนโยบายจากเบื้องบนเท่านั้น    แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็พบว่าเมื่อเข้ามาเป็นนักบริหารก็มักจะดีตอนแรก ๆ   แต่พออยู่ ๆ ไป ก็เริ่มมีปัญหา หรือมีการหาช่องโหว่ในการทุจริต  ขาดความโปร่งใส   และวิธีเอาตัวรอดแบบไทย ๆ คือพฤติกรรมแบบศรีธนญชัย  คือเอาตัวรอดไปวัน ๆ  หรือมีคารมที่เก่งในการเอาตัวรอด    อย่างสุนทรภู่เคยเขียนกลอนไว้ว่า "รู้สิ่งใดไม่รู้สู้วิชา  รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี"   การเอาตัวรอดจึงเป็นอัตลักษณ์ของสังคมไทย   และนับวันก็แก้ปัญหาได้ยาก     การแก้ปัญหาจึงต้องสร้างจิตสำนึก และมีระบบการตรวจสอบท่ี่ดี  แต่มิใช่วิธีหักด้ามพร้าด้วยเข่า  หรือวิธีรุนแรงก็ยังคงไม่สามารถแก้ปัญหาได้  ต้องแก้ไขด้วยระบบการศึกษาทุกระดับชั้น   ที่สำคัญคนเป็นผู้นำต้องเป็นตัวอย่างที่ดี และทำงานที่ถึงลูกถึงคน    มองคนคิดต่างเป็นทรัพย์สิน  แต่ไม่ควรมองเป็นหนี้สินนั่นเอง

Tuesday, July 25, 2017

มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เปิดรับสมัครผู้สนใจเรียนปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต

มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เปิดรับสมัครผู้สนใจเรียนปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต  คณสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ รับสมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จัดเป็นสถาบันที่ได้รับความสำเร็จเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฎอันดับที่ 1 ต่อเนื่องเป็นเวลา 6 ปี มีสิ่งแวดล้อมธรรมชาติที่ดี, บรรยากาศสวยงาม และมีผลงานวิจัยในระดับนานาชาติตีพิมพ์อย่างมากมาย นับเป็นมหาวิทยาลัยในระดับสว่นกลางที่บริการแก่สังคมได้เป็นอย่างดี

Friday, July 14, 2017

เหตุผล 10 ประการที่ทำให้การศึกษาประเทศฟินแลนด์ดีที่สุดในโลก


เหตุผล 10 ประการที่ทำให้การศึกษาประเทศฟินแลนด์ดีที่สุดในโลก
1. .ให้ส่ิ่งจำเป็นพื้นฐานแก่ครอบครัวเด็กฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ลาคลอดโดยได้เเงินเดือนถึง 4 เดือน และให้ลาเพิ่มเติมทั้งพ่อและแม่อีก 6 เดือนโดยรัฐบาลจ่ายเต็ม จ้างครูดูแลเด็กทารกคนละ 4000 เหรียญ
2.จ้างครูหัวกระทิด้วยการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น มีการเตรียมครูสอนระดับปริญญาโทอย่างน้อย 5-7 ปีในการเข้ามาสอนได้ ครูอาจารย์ได้รับเกียรติทางสังคมที่ดี และมีค่าตอบแทนสูง
3. ครูมีระดับความเป็นอิสระสูงในห้องเรียน ครูอเมริกาใช้เวลาในการสอนถึง 1080 ชั่วโมงต่อเวลา 180 วันในแต่ละปี แต่ของฟินแลนด์ใช้เวลา 600 ชั่วโมง การประเมินผลใช้ครูอาจารย์ใหญ่และเพื่อนร่วมงานประเมินผลการสอนในเชิงองค์รวม
4.จ้างครูหัวกระทิด้วยการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น มีการเตรียมครูสอนระดับปริญญาโทอย่างน้อย 5-7 ปีในการเข้ามาสอนได้ ครูอาจารย์ได้รับเกียรติทางสังคมที่ดี และมีค่าตอบแทนสูง ให้เงินเพิ่มพิเศษเกือบร้อยละ 30 ของเด็ก ๆสำหรับเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาเพื่อเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง
5.ครูไม่เน้นเฉลยแบบทดสอบ การเรีย้นมีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ของโครงสร้างและเนื้อหาวิชา คนเก่งไม่ใช่ทำข้อสอบเก่ง และความรู้สึกของการมีปมด้อยของคนเรียนไม่เก่ง
ุ6.ครูไม่เน้นเฉลยแบบเรียนทดสอบ การเรียนมีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ของโครงสร้างและเนื้อหาวิชา คนเก่งไม่ใช่ทำข้อสอบเก่ง และความรู้สึกของการมีปมด้อยของคนเรียนไม่เก่ง
7.การเริ่มเข้าเรียนช้ากว่าประเทศอื่น ๆ โดยสากลคนเข้าเรียนตอนอายุ 6 ขวบ ของฟินแลนด์เริ่มตอนอายุ 7 ขวบ เด็กเน้นการสอนอ่านตั้งแต่อยู่อนุบาล เขาไม่เร่งการเรียนเร็วหากเด็กไม่พร้อม และไม่เกิดความเครียด
8. เรียนปนเล่นมีสนุกสนานไปในตัว สร้างสรรค์ความสุขผู้เรียน เด็ก ๆ มีเวลาพักผ่อน 4 ครั้งใน 1วัน และแทบไม่มีการบ้านเลย หากมีจะน้อยมากเหมือนไม่่มี
9. เด็กนักเรียนของประเทศฟินแลนด์เฉลียวฉลาด การเรียนออกแบบให้เกิดความเข้มแข็ง และสร้างความสนใจแก่เด็ก นักเรียนจบการศึกษาอาชีวศึกษา และอุดมศึกษาคิดเป็นร้อยละ 93 สูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว
10.โรงเรียนทุกแห่งแทบไม่มีความแตกต่าง มีความเท่าเทียมในการศึกษาเรียนรู้ ครุช่วยให้เด็กเรียนอ่อนแตกต่างกับคนเรียนเก่งเพียงเล็กน้อย สังคมการศึกษาของฟินแลนด์ไม่มีการจัดอันดับ
สรุปการศึกษาประเทศฟินแลนด์ที่มีคุณภาพสูงสดในโลก
คือ "ไม่มีการบ้าน, ค้านการจัดอันดับ,ประทัับใจความสุขในโรงเรียน, ร่ำเรียนวันละไม่กี่ชั่วโมง โยงกิจกรรมธรรมชาติเข้ากับเนืือหา พัฒนาความเท่าเทียม ตระเตรียมครูผู้สอนที่เก่งกาจ เด็กฉลาดชาติเจริญ" ซึงน่าจะเหมาะสมกับการพัฒนา
เด็กไทยที่ชอบสนุกสนาน ไม่เครียดเกินไป โดยที่ครูจะไม่เป็นตัวอย่างของความเครียด จึงทำให้เกิดปัญญานั่นเอง

Thursday, May 18, 2017

คำแนะนำของบิลเกตต์มอบให้นักศึกษาจบใหม่ และคนทั้งโลก

ซึ่งได้สรุปเป็นข้อๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น และประหยัดเวลาอ่าน ดังนี้
  1. ถ้าย้อนเวลากลับไปเป็นเฟรชชี่ได้ มีอยู่ 3 สาขาวิชาที่เขาจะเลือกเรียนก็คือ 1). AI เพราะมันจะช่วยให้มนุษย์มีความ Productive มากขึ้น และช่วยขยายขอบเขตของความคิดสร้างสรรค์ 2). พลังงาน เพราะการสร้างพลังงานสะอาดในราคาที่จับต้องได้ คือกลไกสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน และ 3). Bioscience เพราะมันจะช่วยให้มนุษย์มีสุขภาพที่ดีขึ้น และมีชีวิตยืนยาวขึ้น
  2. ความฉลาด (Intelligence) ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเพิ่งตระหนักเมื่อมีอายุมากขึ้น และหวังว่าน่าจะคิดได้แบบนี้ตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น เพราะความฉลาดมีหลากหลายรูปแบบ เราต้องเรียนรู้ที่จะชื่นชมความสามารถที่แตกต่างกันของผู้คน ยิ่งคิดแบบนี้ได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งรวยเร็วเท่านั้น
  3. จงตระหนักถึงความไม่เท่าเทียมที่เกิดขึ้นอยู่บนโลกใบนี้ ตัวเขาเองเพิ่งรู้จักมันจริงๆ ก็ตอนที่อายุ 30 ปลาย ขณะที่กำลังเดินทางในแอฟริกา เห็นเด็กจำนวนมากเสียชีวิตด้วยโรคร้าย แต่ไม่มีประเทศรวยๆ ให้ความสนใจ และด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคนี้ เด็กรุ่นใหม่สามารถมองเห็นปัญหานี้ได้เร็วกว่าเขามากนัก ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย จงต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมในขอบเขตที่สามารถทำได้ อาจจะเป็นระดับชุมชนเล็กๆ หรือระดับโลกก็ได้
  4. จงพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่มีคนให้แรงผลักดัน สั่งสอน และท้าทายความคิด ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม สำหรับ Bill Gates คนๆ นั้นก็คือภรรยา Melinda Gates ที่ทำให้เขาเป็นคนที่ดีขึ้น
  5. จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีความสุข Gates บอกว่า เขาวัดด้วยความสุขของคนรอบข้าง ถ้าคนรอบข้างมีความสุขหรือมีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เขาก็มีความสุข
  6. ถ้าต้องให้ของขวัญในวันรับปริญญา เขาจะให้หนังสือ The Better Angels of Our Nature เขียนโดย Steven Pinker เป็นหนังสือเชิงปรัชญาที่พูดถึงโลกที่ดีกว่า ความหนา 700 หน้า และมันเป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจได้มากที่สุดตั้งแต่ที่เคยอ่านมา
  7. ผู้เขียนหนังสือเล่มดังกล่าวบอกว่า โลกที่เราอยู่ในขณะนี้ถือว่าดีที่สุดแล้วในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ซึ่งถ้าพูดแบบนี้กับคนทั่วไปก็อาจจะถูกมองว่าเป็นคนซื่อจนเซ่อ หรือไม่ก็เป็นบ้า แต่ Bill Gates ย้ำว่า เมื่ออ่านจนเข้าใจแล้วจะมองเห็นโลกนี้ในมุมที่ต่างออกไป
    “และเมื่อคุณเห็นว่าโลกกำลังดีขึ้น คุณจะอยากทำอะไรก็ตามที่ช่วยให้มันดีขึ้นได้เร็วกว่าเดิม”