Wednesday, June 27, 2012

กลอนองค์การและการจัดการภาครัฐ ตอนที่สอง

                   การวิพากย์วิจารณ์อย่างเดือดดาล    สิ่งเรียกขานรัฐบาลอเมริกัน
             นำแนวคิดลดบทบาทอย่างเฉียบพลัน      ในยุคนั้นคือคาร์เตอร์และรีแกน
             ได้โจมตีรัฐบาลสหพันธรัฐ                    ข้อจำกัดบริหารทั่วถิ่นแคว้น
             จากรณรงค์เลือกตั้งรัฐทั่วแดน               มุ่งเปลี่ยนแผนนโยบายดำเนินงาน
                   ลดกฎเกณฑ์โรงงานอย่างถึงแก่น     และวางแผนลดเรดเทปจากส่่วนกลาง
            ในสหพันธรัฐมุ่งจัดวาง                         นำแนวทางปฏิรูปข้าราชการ
            การโจมตีว่าเฉื่อยชาไม่ว่องไว                การงานไซร้ไร้ประสิทธิภาพงาน
            เรแกนได้ประนามรัฐบาล                       ให้ทำการลดเงินทุนและอำนาจ
                   จากแผนงานและหน่วยงานราชการ   เกี่ยวกับงานรัฐบาลกลางมากมาย
            เมื่อคลินตันชนะถล่มทลาย                    ได้กลับกลายเป็นผู้นำรัฐบาล
            การเปลี่ยนแปลงตามข้อเสนอแนะ            การค่อนแคะจุดอ่อนบริหาร
            จากแนวคิดเสรีดำเนินงาน                      นำแผนงานคู่แข่งทั้งสองคน
                   คลินตันจึงเริ่มคิดสร้างสรรค์งาน       แผนทำการทบทวนระดับชาติ (NPR)
            มุ่งทบทวนการทำงานสิ่งผิดพลาด           ผลการขาดประสิทธิผลงาน
            เพื่อยกเครื่องการทำงานที่ต่อเนื่อง           การประเทืองพัฒนาบริหาร
            จากกำกับผู้นำรัฐการจัดการ                    รวมผลงานในสภาคองเกรส
                  เพื่อบรรลุปฏิรูปการทำงาน               งบประมาณสหพันธรัฐ
            ลดกำลังแรงงานอย่างเคร่งครัด               โดยทอนตัดค่าใช้จ่ายที่มากล้น
            ร้อยละสิบเอ็ดของแรงงานทั้งหมด            เท่ากับลดแรงงานสามแสนคน
            จอร์ชบุชมุ่งขับเคลื่อนอย่างท่วมท้น          เพื่อผจญก่อการร้ายในประเทศ
                   และผลักดันการแปรรูปเพื่อหลุดพ้น    การดั้นด้นสร้างมั่นคงแก่สังคม
            เขาหยิบยกประเด็นน่าชื่นชม                   จัดโต๊ะกลมการจัดการผู้นำรัฐ
            ในฐานะประธานาธิบดี                           จัดเตรียมที่สำนักงานที่แจงจัด
            ซึ่งเป็นหนึ่งในสำคัญการเร่งรัด                 จ้างเหมาคัดสรรหาภาคธุรกิจ

            
           
         
                
            

No comments:

Post a Comment