Tuesday, January 31, 2012

ทำอย่างไรจึงจะต่อยอดรัฐธรรมนุญที่มีประสิทธิภาพให้กับประชาชน ?

              ปัญหาที่สังคมไทยยังแก้ไม่ตก หรือไม่สามารถจะยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนุญเพื่อเป้นประโยชน์ต่อประชาชน และเป็นผลดีต่อสังคมโดยส่วนรวมนั้น  นับวันเราจะพบว่านำไปสู่การยอมรับร่วมกันหรือยุติปัญหามิให้เกิดบานปลาย   สักษณะสำคัญของประชาธิปไตยนั้นมีมุมมองที่แตกต่างกัน  ทำอย่างไรจึงจะประนีประนอมเพื่อผลประโยชน์ได้  ซึ่งผู้เขียนจะวิเคราะห์ในการมองปัญหารัฐธรรมนูญ  การขัดแย้งจากแนวคิดที่มีมุมมองแตกต่างกัน  แต่่่่่่่ไม่ควรที่จะนำความขัดแย้งมีผลบานปลายนำไปสู่การใช้ความรุนแรง เพราะนั่นคือจุดจบของการเมืองไทย หรือประชาธิปไตยที่เป็นจริงได้ กลายเป็นว่ารัฐธรรมนุญที่คิดว่าดีที่สุดนั่นไม่สามารถเกิดขึ้่นได้จริง   เพราะมีจุดอ่อนและข้อจำกัดมิใช่เป็นเพียงรัฐธรรมนุญเท่านั้น   แต่ยังทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายจากข้อขัดแย้งที่เกิดจากกลุ่มการเมืองทั้งในและนอกสภาที่ไม่ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง จึงได้นำมาเปรียบเทียบรัฐธรรมนุญเพื่อให้เกิดความชัดเจน
                         รัฐธรรมนุญปี 2540                               รัฐธรรมนุญปี 2550            
         1. เป็นรัฐธรรมนุญที่มาจากการร่าง     1. เป็นรัฐธรรมนุญที่ร่างโดยคนกลุ่มหนึ่งที่
             โดยการมีส่วนร่วมมากที่สุด              มาจากการรัฐประหาร และใช้คนกล่มน้อย
         2. ถูกกล่าวหาว่าในรัฐบาลทักษิณ     2. ถูกกล่าวหาว่ารัฐธรรมนุญมาจากเผด็จการโดยกลุ่ม
              เป็นเผด็จการรัฐสภา                      การเมืองที่อิงอำนาจร่วมกับคณะรัฐประหาร
         3. ถูกมองว่ามีคอรัปชั่นโดยฝ่ายทุน    3. ถูกมองว่าเป็นคอรับชั่นโดยกลุ่มผู้มีอำนาจ
         4. เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน       4. เป็นรัฐธรรมนุญฉบับที่ไม่ได้มาจากประชาชน
         5. อำนาจรัฐผ่านตัวแทนรัฐบาล         5. อำนาจรัฐผ่านกลไกตุลาการหรือองค์กรอิสระ
                                                              มีอำนาจเหนือกว่าอธิปไตยของประชาชน
         6. อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน     6. อำนาจอธิปไตยมิใช่ของปวงชน ไม่ยอมรับอำนาจ
                                                             ที่แท้จริงของประชาชน
         7. เป็นรัฐธรรมนุญที่มีความชอบธรรม  7. เป็นรัฐธรรมนุญที่พยายามกีดกันผู้นำที่มีความสามารถ
             สูงกว่า                                        มากกว่า 
         8. เป็นรัฐธรรมนุญที่เกิดขัดแย้งน้อย   8. เป็นรัฐธรรมนูญที่ก่อปัญหาความขัดแย้งมาก             
         9. เป็นรัฐธรรมนุญที่ไม่ข่มขู่ประชาชน  9. เป็นรัฐธรรมนุญที่รับใช้คนกลุ่มน้อยของสังคม
             ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่าง               ไม่อิงภาคประชาชนส่วนใหญ่
       10. เป็นรัฐธรรมนุญ่ทีีไม่ได้ยื้อแย่ง    10. เป็นรัฐธรรมนุญที่ได้มาจากรัฐประหารและบังคับการ
             อำนาจ แต่ได้มาจากประชาชน         ใช้กฎหมายหรือถูกเปลี่ยนแปลงโดยประชาชนไม่มี
                                                             โอกาสวิพากย์วิจารณ์
        สรุป   เชื่อว่าการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้นเกือบทุกรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือข้าราชการ แต่ทว่าข้าราชการและนักการเมืองที่เป็นคนดี ๆ ก็มีมากเช่นกัน ดังนั้นสิ่งสำคัญทื่จะวัดผลได้เป็นรูปธรรมคือค่าของคนอยู่ที่ผลของงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ การแก้ไขรัฐธรรมนุญหากเป็นเจตน์จำนงของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนั้นเป็นสิ่งที่ควรรับฟัง และนำมาปรับปรุงแก้ไข  มิใช่เป็นเพียงความต้องการของนักการเมือง หรือกลุ่มคนที่มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น    ดังนั้นการรับฟังเสียงส่วนใหญ่จึงมีความสำเคัญ และเสียงส่วนน้อยควรให้เกียรติแม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่ชอบก็ตาม เพราะนั่นคือการยอมรับมติของเสียงส่วนใหญ่ และเป็นอธิปไตยของประชาชน ดังนั้นประชาธิปไตยมิได้แปลว่าคนส่วนน้อยจะทำอะไรก็ได้โดยไม่แคร์เสียงส่วนใหญ่ และต้องยอมสูญเสียหรือเสียสละเพื่อเจตน์จำนงของคนส่วนใหญ่  จึงจะเป็นแนวคิดที่ถูกต้องมากที่สุด



                
     
           

Saturday, January 21, 2012

กลอนการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ตอนที่ 55

               ปรัชญาการจัดการทรัพย์มนุษย์    ที่ก้าวรุดในอังกฤษคิดสร้างสรรค์
โดยหลักการสองประการอย่างสำคัญ            หลักประกันนำไปใช้ในองค์การ
ประการแรกต้องปรับปรุงในโครงสร้าง           เป็นแนวทางศักยภาพของผลงาน
ความเป็นอยู่ดีขึ้นไร้เทียมทาน                    วิทยาการช่วยบริการแก่ลูกค้า
               ประการสองมุ่งหมายการจัดการ   เอื้อการงานเปลี่ยนแปลงในโครงสร้าง
และรังสรรค์ศักยภาพในทุกทาง                  เพื่อแผ้วถางสู่องค์การฐานความรู้
การจัดการทรัพย์มนุษย์ได้เล็งเห็น               บทบาทเป็นส่วนสำคัญนำไปสู่
การปกป้องช่องว่างของความรู้                   ในยุคสู่ดิจิตอลไม่เท่าเทียม
               ลดช่องว่างการเข้าถึงความไม่รู้   จำต้องดูทักษะการจ้างงาน
อินเตอร์เน็ต,คอลเซ็นเตอร์มาจัดการ            บริหารใช้มือถือแบบเคลื่อนที่
ทั้งทีวีดิจิตอลผ่านดาวเทียม                       เพื่อตระเตรียมลดช่องทางทุกวิธี
ในโลกาภิวัฒน์โลกใบนี้                            เป็นวิถีสร้างความรู้สู่บุคคล
               เทคโนโลยีที่ใช้อย่างมากมี        หาใช่ที่เป็นเป้าหมายหรือผลลัพธ์
เพื่อโครงสร้างของข้อมูลคณานับ                เป็นแรงขับการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้าง
รวมการไหลของข้อมูลออกแบบงาน            การจัดการสื่อสารทุกทิศทาง
ทั้งสะดวก,ประสิทธิ์ผลทุกก้าวย่าง               เป้นแนวทางเลือกเวลาสถานที่
              เปิดประตูข้อมูลในทุกอย่าง         ตลอดวันยี่สิบสี่ชั้่วโมงนั้น
สำนักงานแม้ทำงานไม่ถึงวัน                      ส่วนใหญ่นั้นทำงานกันเจ็ดชั่วโมง
แต่ข้อมูลข่าวสารเปิดทุกเมื่อ                      เวลาเหลือเมื่อบุคคลได้เชื่อมโยง
บุคคลทั้งองค์การค้นเปิดโปง                     เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารสิ่งสำคัญ
            
             



Friday, January 20, 2012

คำกลอนเกี่ยวกับโอวาทท่านเหลียวฝาน ตอนที่ 1

      


                คำทำนายผู้เฒ่าข่งได้กล่าวขาน  แก่ลูกหลานของบิดาที่คุ้นเคย
ว่าปีหน้าพ่อของท่านจะเสบย                     ได้เสวยเป็นขุนนางถึงสามข้้น
ปรากฏว่าผลทำนายได้แม่นยำ                   ทุกถ้อยคำถูกต้องน่าอัศจรรย๋์
ไม่ว่าดูกี่ครั้งคอยถามกัน                          ทุกสิ่งอันเป็นไปตามผลทำนาย
                แต่วันหนึ่งเกิดผิดพลาดอย่างมหันต์  ได้กำนัลข้าวของเป็นข้าวหลวง
จะได้สอบเลื่อนขั้นเป็นผลพวง                    แต่กลับดวงไม่ตรงตามทายทัก
ยังไม่ทันได้กำนัลอย่างที่กล่าว                   ได้รับข่าวให้ไปสอบเร่งด่วนนัก
ผลปรากฎคำทำนายไร้คมฝัก                     ที่เคยทักกลับพลิกกลับผิดพลาดไป
               แต่การณ์ปรากฎหมอเคยทัก       เรื่องประจักษ์แม่นยำในภายหลัง
กลับได้เป็นขุนนางสมใจจัง                       และย้อนหลังได้ข้าวหลวงครบจำนวน
ตรงกับคำทำนายผู้เฒ่าข่ง                        ยิ่งลุ่มหลงความแม่นยำอย่างครบถ้วน
และศรัทธาล้ำลึกเหลือคำนวณ                  เมื่อทบทวนอุปสรรคดวงชะตา
              ทำให้พ่อปลงตกเมื่อทบทวน       ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามฟ้าลิขิต
มิอาจฝืนดวงชะตาอย่างที่คิด                     จึงไม่ติดยึดถือและดิ้นรน
ปล่อยไปตามวิถีแห่งชีวิต                          ทำให้จิตสู่สงบไม่สับสน
พ่อมุ่งมั่นนั่งสมาธิอย่างอดทน                    โดยไม่สนอ่านหนังสือหรือพูดจา
             เมื่อจะสอบเลื่อนขั้นต้องดั้นด้น       ต้องฝึกฝนเตรียมสอบอีกครั้งหนึ่ง
ท่านได้เข้าสมาธิหาที่พึ่ง                           เพื่อเข้าถึงจิตสงบพบสิ่งดี
กับอวิ๋นกู้เถระพระอาจารย์                          นั่งสมาธิจวบสามวันสามราตรี
ไม่หลับนอนไม่ถอยและห่างหนี                   ทุกนาทีจิตมุ่งมั่นไม่วอกแวก
             พระเถระประหลาดใจในวิธี           พ่อท่านมีสมาธิอย่างแม่นมั่น
จึงไต่ถามเหตุผลเพื่อแบ่งปัน                     จึงสร้างสรรค์จิตนิ่งไม่ไหวติง
พ่อจึงตอบว่าเป็นผลจากทำนาย                 ที่ถูกทายอย่ายึดมั่นสรรพสิ่ง
หากติดยึดฟุ้งซ่านกระสานเซ็น                   ย่อมทุกข์เข็ญจากพลังบวกและลบ
            ทำชีวิตหาได้มีอิสระจริง               ต้องพึ่งพิงโชคชะตาอยู่ร่ำไป
ตามดวงดาวโคจรที่ขานไข                       โหราใช้ทำนายไปตามดวง
สำหรับสามัญชนล้วนพึ่งพิง                       กับชะตาดีร้ายที่ติดบ่วง
สำหรับคนมีความดีอย่างใหญ่หลวง             ดวงทั้งปวงอาจพลิกผันร้ายเป็นดี
            อกุศลย่อมเปลี่ยนดีกลับเป็นร้าย     ไม่เสื่อมคลายกฎแห่งกรรมไม่แปรผัน
สุขเป็นทุกข์โชคเป็นเคราะห์เพราะกรรมทัน    จึงแทรกยันพลิกชะตาดีเป็นร้าย
แม้โหราทายทักจักผ่อนคลาย                    แต่ไม่หายทุกข์เร้นเต้นไม่เว้นวาย
ดวงดีร้ายขึ้นกับกรรมดีชั่วทาย                    ไม่เสื่อมคลายแน่แท้แพ้ความดี