Tuesday, November 1, 2011

สิ่งทีี่ทำลายสังคม และประเทศชาติ

ในด้านตัวบุคคล
      1. ความเห็นแก่ตัว และไม่เห็นแก่ผู้อื่น
      2. อิจฉาริษยา เห็นผู้อื่นดีกว่าตนไม่ได้
      3. คิดเอาแต่ได้ ไม่คิดเสียสละ หรือแบ่งปันผู้อื่น
      4. ทนส่ิงยั่วยุทางด้านอบายมุขไม่ได้ เช่นเหล้า,บุหรี่, ยาเสพติดให้โทษ
      5. มุ่งแสวงหาอำนาจ มากกว่ามุ่งแสวงทางปัญญา จึงเบียดเบียนผู้อื่นเพื่อให้ได้มา
      6. มีความโลภโมโทสัน ไม่รู้จักพอ มีหนทางที่จะเอาเปรียบคนอื่นได้ก็จะทำ โดยขาดจิตสำนึก
ในด้านกลุ่มบุคคล
      ๅ. เห็นแก่พรรคพวก, พวกพ้องนิยม, ชอบแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ยกกลุ่่มของตัวเองสูงกว่ากุลุ่มอื่น
      2. นิยมระบบอุปถัมภ์จึงละเลยส่วนรวมประเทศชาติ ไม่แสวงหาคนมือดีมาร่วมงาน
      3. เผด็จการโดยกลุ่มบุคคล หรือการรัฐประหารทำลายจิตใจ,เสรีภาพประชาชน
มีความมั่นคงเฉพาะพวกของตนเอง แต่คนกลุ่มอื่นหรือประชาชนขาดความมั่นคง
      4. กอบโกย,โกงกิน,ก่อกวน
ในการทำงานเป็นทีม
      1. ไม่ติดตามผลงาน รับปากกับสมาชิกแต่กลับไม่ได้ติดตามงาน ทำให้งานคั่งค้าง,ล่าช้า,
      2. ชอบระบบโปรดปรานพิเศษ ไม่คำนึงผลงาน แต่ยึดติดตัวบุคคล
      3. ไม่ส่งมอบงาน ไม่ดำเนินการให้สำเร็จ  ยกเว้นแต่หัวหน้าทีมไม่ดี ทำให้สมาชิกไม่ปรารถนาทำตาม
      4. สมาชิกบางคนทำงานทำงานมีผลงานไม่ดี ไม่ควรวิจารณ์ต่อสาธารณะ แต่ควรเข้าถึงเป็นรายบุุคคล
      5.สมาชิกบางคนเป็นคนไม่เอาไหน มีพฤติกรรมที่เป็นพิษร้ายต่อการทำงานเป็นทีม ทำให้ผลงานของทีมเสียหายในภาพรวม
ในด้านสิ่งแวดล้อม
       1, ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยการตัดไม้ทำลายป่า,ปล่อยควันพิษในโรงงานอุตสาหกรรมเพราะขาดการจัดระบบโรงงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ที่สามารถคาดคะเนได้ว่าทำลายสิ่งแวดล้อมแค่ใหน
       2. ทำลายความมั่นคงของประชาชน เช่นการโกงกินเงินงบประมาณ, การกลั่นแกล้งบีบคั้นทำลายจิตใจประชาชน เช่นการรัฐประหาร, การร่วมกันคอรับชั่น, การใช้กฎหมายสองมาตรฐาน, การปล่อยเกียร์ว่างไม่ช่วยเหลือราษฎรด้วยความเต็มใจ ยินดีกับความเสียหายของประชาชน เบียดเบียนราษฏรให้ตกอยู่ในความยากจน ไม่สามาราถพัฒนาให้ประชาชนมีการกินดีอยู่ดี
       3. สร้างส้งคมโดยให้โอกาสคนชั่วทำลายบ้านเมือง, เปิดช่องการโกงกิน, เปิดสถานอบายมุข,ซ่องโสเกณี, เปิดโอกาสค้ายาเสพติด, ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยสูง, ใช้อิทธิพลเถื่อน, หรือความเป็นมาเฟีย ฯลฯ
ทำให้คนดีอยู่ลำบาก คนชั่วลอยนวล
       4. ประเทศไทยนับแต่ปฏิวัติรัฐประหารมา บ้านเมืองสังคมแตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า, คนชั่วปกครองบ้านเมือง, โกงกินคอรัปชั่น, ทำผิดกฎหมายแต่กฎหมายทำอะไรไม่ได้, ขุนนางกังฉินกินกันทั่วหล้า, น้ำท่วมเพราะการไม่เต็มใจช่้วยเหลือราษฎร  คาดว่าเสียหายประมาณการ 3-4 ล้่านล้านบาท   ผู้คิดปฏิวัติรัฐประหารคือคนเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวก ทำลายชาติด้วยน้ำมือ ไม่สำนึกความผิดต่อประชาชน
        5. สังคมที่เอาดีใส่ตนเอง เอาชั่วใส่คนอื่น เป็นสังคมที่เป็นพิษ เพราะมีการใส่ร้ายป้ายสีทางการเมือง, การกลั่นแกล้งทางการเมือง จนเลยเถิดถึงการ่เบียดเบียนประชาชนโดยไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรมที่ทำกับประชาชน   หากใครที่ทำบาปคงใช้บาปกรรมอย่่างไม่รู้จบ เพราะเป็นกฎธรรมชาติ ใครทำดีย่อมได้ดี ใครทชั่วย่อมได้รับผลชั่ว
        สรุป ในสภาพบ้านเมืองหน้าสิ่วหน้าขวาน ควรมีจิตใจร่วมกัน่่ช่วยเหลือบ้านเมืองให้ดีขึ้น   ความดีของผู้ที่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาย่อมทำให้ทานได้รับสิ่งดี ๆ ในชีวิต  หากใครทำไม่ดี ผลไม่ดีย่อมเกิดกับบุคคลนั้น    ดังนั้นควรมีข้อเสนอแนะมากกว่าการตำหนิอย่างเดียว เพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหา โดยถือหลักว่า "หลายหัวดีกว่าหัวเดียว" 









     






    









No comments:

Post a Comment