Monday, July 18, 2011

การหว่านเมล็ดพันธ์ความเป็นผู้ประกอบการสำหรับคนเป็นผู้นำ

    ในการปกครองประเทศปัจจุบัน ความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศชาติ เพราะหากผู้นำขาดความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการแล้ว ก็ไม่สามารถรังสรรค์ความเจริญแก่ประเทศชาติได้  เพราะปัจจุบันในยุคโลกาภิวัฒน์ประเทศทั้งหลายในโลกนี้ล้วนแต่เน้นการแข่งขันเพื่อความจำเริญทางเศรษฐกิจ และสามารถทำให้เศรษฐกิจกระจายรายได้ไปยังประชาชนในทุกชนชั้น เพื่อให้เกิดผลมวลรวมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น (Gross National Happiness) หากประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ก็จะทำให้คนในชาติมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และในทางอุดมคติสังคมก็จะมีความมั่นคง และสร้างความเท่าเทียมกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบุคคลที่เป็นผู้นำทางการเมืองควรเป็นบุคคลที่เสียสละ และเป็นตัวแทนให้กับประชาชนทั้งประเทศ และผู้นำการเมืองมิใช่เก่งทางการเมืองอย่างเดียว แต่ยังต้องเก่งทางเศรษฐกิจด้วย และข้อสำคัญต้องปราศจากการใช้อำนาจที่ไม่สร้างสรรค์  นักการเมืองที่เป็นฝ่ายค้านควรเป็นฝ่ายสร้างสรรค์ หรือสามารถสร้างพันธมิตรร่วมกับรัฐบาล และวางระบบการเืมืองที่ปราศจากขั้วทางการเมือง โดยถือว่าประชาชนทุกฝ่ายล้วนต้องการกินดีอยู่ดี  จึงจำเป็นที่ผู้นำทางการเมืองควรหว่านความคิดนักประกอบการเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจประเทศเจริญ มิใช่รัฐบาลที่มีแต่การใช้จ่ายแต่หาเงินไม่เป็น  ในฐานะผู้นำทางการเมืองมักจะเผชิญปัญหากับนโยบายทางเลือกสาธารณะ (public choice) ที่ผู้นำต้องตัดสินใจว่าควรจะทำอะไรก่อนหลัง โครงการใดที่ทำประโยชน์แก่ประเทศชาติมากที่สุด โดยพิจารณาทางเลือก และทางเลือกที่เลือกนั้นประชาชนกลุ่มใดจะได้รับผลประโยชน์มากน้อยเพียงใด มีการกระจายรายได้หรือกระจุกรายได้เฉพาะกลุ่มหรือไม่ ดังนั้นการตัดสินใจในการตัดสินใจเสี่ยง หรือภายใต้ความไม่แน่นอนนั้น ในปัจจุบันยังมีความเสี่ยงต่อความขัดแย้งในกลุ่มบุคคลในสังคมที่มีมุมมองต่างกันด้วย  ทำอย่างไรจึงจะผสมผสานความต้องการหลากหลาย และทำให้การเมืองอยู่ในภาวะนิ่ง ไม่กระโตกกระตาก หรือการสร้างภาพหวาดกลัวต่อประชาชน หรือชาวต่างชาติที่จะมาลงทุน นำทุนของประเทศอื่นมาลงทุนในประเทศไทย โดยผู้นำการเมืองต้องตระหนักถึงการรักษาทรัพยากรของชาติ และรักษาสภาพแวดล้อมของโลกไปพร้อม ๆ กัน    ผู้นำรัฐบาลต้องคอยแก้ัปัญหาในการดำเนินงานอยู่เป็นปรกติประจำวัน หากปราศจากจากปัญหาแล้ว งานของรัฐบาลในฐานะผู้นำประเทศก็ดูจืดชืด เหมือนต้นไม้ที่ใบไม้ร่วงเหี่ยวแห้งหรือมีความราบรื่นโดยไม่มีอุปสรรคเลย ก็จะทำให้รัฐบาลไม่ตื่นตัวต่อการแก้ปัญหา และไม่ใช้ความคิดผลิตปัญญาเพื่อแก้ไขปัญหาของชาติ  นั่นคือประชาชนในประเทศต้องร่วมมือร่วมใจในการใช้ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาจากภายนอก มากกว่าจะเน้นการแข่งขันภายใน  มองส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว, มองความเจริญทางเศรษฐกิจ และให้ความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ที่ประเทศไทยได้เปรียบเชิงแข่งขัน (competitive advantage) แต่มิใช่ใช้กฎหมายตายตัวเกินไปจนขาดความยืดหยุ่นในทางประกอบการธุรกิจก็ทำให้ไม่คล่องตัว ซึงในการบริหารประเทศคงไม่มีสูตรตายตัว เพราะผู้นำที่บริหารอย่างดีบางครั้งก็ประสบปัญหาอย่างไม่คาดถึง และผู้นำที่มัวแต่ขัดแย้งกับประชาชนหรือประเทศเพื่อนบ้านก็ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเสียหาย มีแต่ชนชั้นนำเท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์จากการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อความมั่นคง แต่ประชาชนขาดความมั่นคง ก็เท่ากับประเทศไม่มีความมั่นคงนั่นเอง  ดังนั้นรัฐบาลที่ดีต้องมองปัญหาคือโอกาสสำหรับประเทศชาติ ถึงแม้ว่าจะรู้สึกลำบากใจกับการแก้ปัญหา หรืออึดอัดใจ แต่ต้องคิดว่า "เหล็กกล้าต้องผ่านการลนไฟอันยาวนาน ผู้นำที่แกร่งกล้าต้องผ่านมรสุมรุมเร้า" ปัญหานั้นอาจมีผลกระทบต่อประชาชนแต่ปัญหาก็สร้างสรรค์โอกาสให้เติบโต เช่นปัญหาการเพิ่มค่าจ้าง 300 บาทซึ่งสมควรขึ้นให้เพราะราคาสินค้าแพง แต่รัฐบาลช่วยลดภาษีกำไร 7% ก็ช่วยให้นักธุรกิจได้มีโอกาสในการทำงานที่ท้าทาย ให้นักธุรกิจนายทุนร่ำรวยสุขสบายโดยไม่แบ่งปันกับสังคม หรือคืนกำไรสู่สังคม ก็ทำให้นายทุนธุรกิจกลายเป็นนักผูกขาดความร่ำรวยอยู่คนกลุ่มเดียวและไปร่วมกับรัฐบาลที่ช่วยอุปถัมภ์ให้ ทอดทิ้งสังคมให้เกิดปัญหา และกลายเป็นต้นทุนกับภาครัฐต้องมาเยียวยา และทำให้นายทุนธุรกิจต้องหันไปบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ (professional management)  ความสำเร็จของความร่ำรวยมิใช่การนั่งทับหรือกดขี่ผู้อื่นเพื่อความร่ำรวย แต่ควรร่ำรวยจากความสามารถและสติปัญญา รวมถึงรับผิดชอบบุคคลที่เราดูแลให้มีคุณภาพชีวิต การสร้างความร่ำรวยโดยไม่ได้มีสิ่งท้าทายกับชีวิตย่อมไม่เก่งเท่ากับนายทุนธุรกิจที่พลิกชีวิตธุรกิจให้มีการประกอบการสินค้าบริการที่มีคุณภาพ และจัดการคุณภาพของสินค้าบริการ ก็เท่ากับสังคมประเทศไทยเกิดมืออาชีพอีกมากมาย และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ และมีตัวตายตัวแทน (succession planning)ที่จะดูแลกิจการธุรกิจในอนาคต ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจเกิดความคิดสร้างสรรค์การผลิต หรือส่งเสริมคุณภาพการบริหารจัดการที่ดี เช่นนายทุนธุรกิจช่วยกันรวมตัวต้านคอรัปชั่น  หรือรัฐบาลอาจส่งเสริมระบบการบริการที่นักธุรกิจต้องการความเร่งด่วนแบบระบบเปิด แล้วมาเป็นเงินกลางที่ใช้เป็นสวัสดิการแก่ผู้ปฏิับัติงาน หรือส่วนที่เหลือก็แบ่งปันแก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสกว่า ซึ่งดีกว่าระบบเก่าที่นายทุนธุรกิจต้องไปจ่ายใต้โต๊ะแก่นักการเมือง หรือพรรคการเมืองซึ่งไม่ได้มีการกระจายรายได้ แต่กระจุกรายได้หรือไปสร้างความร่ำรวยแ่ก่นักการเมืองเท่านั้น    นอกจากนั้นผู้ประกอบการควรมองว่ายังมีสิ่งที่ดีกว่าอยู่เสมอในการต่อยอดภูมิปัญญาการผลิตสินค้าหรือบริการ และรัฐบาลควรส่งเสริมการต่อยอดภูมิปัญญาไทยก้าวไกลสู่สากล ก็จะทำให้สังคมผลิตความคิด แต่มิใช่ระบบการศึกษาสอนแบบท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง ไม่ได้ฝึกการใช้ความคิดหรือการออกแบบความคิดแบบประชาชนในประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาใดๆ ในฐานะผู้ประกอบการต้องมองว่ามีทางออกเสมอ แต่มิใช่ทางตัน เพราะการมองว่ามีทางตันย่อมแสดงว่าเป็นการมองโลกในแง่ลบ แต่ควรจะมองในแง่บวก   ในโลกนี้คงไม่มีใครจะอยู่สุขสบาย และต้องการความร่ำรวยโดยไม่ทำงานหนักคงไม่มี  แต่หากร่ำรวยและโกงกินมากโดยไม่ทำงานหนักก็จะกลายเป็นมนุษย์ที่ไม่ีมีเกียรติหรือมีศักดิ์ศรีในการเกิดเป็นมนุษย์ที่ดีเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ หมายความว่าไม่อยู่เป็นคนแบบกาฝาก แต่เป็นคนที่เมื่ออยู่ในโลกมนุษย์ที่ทำคุณประโยชน์พร้อมจะเป็นผู้ใหักับสังคมโดยไม่เห็นแก่ตัว  จึงจะกลายเป็นสังคมแห่งอุดมคติที่ประชาชนในชาติต่างปรารถนาสังคมที่ดี   นอกจากนี้หากการทำงานไม่มีปัญหาผู้ประกอบการก็จะจมอยู่กับการทำงานแบบวิธีการเก่า ๆ ไม่สามารถผลิตวิธีการใหม่ ๆ ได้และต้องการเงื่อนไขสังคมแบบเก่า และบางครั้งอาจถึงต่อต้านวิธีการใหม่ ๆ ซึ่งยังไม่ทันพิสูจน์ว่าดีหรือไม่ดี   สังคมควรให้โอกาสทดลองสิ่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะให้เยาวชนคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ และรัฐบาลช่วยลงทุนก็เชื่อว่าประเทศชาติจะประกอบด้วยผู้มีความคิดสร้างสรรค์ การสร้างชาติเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่เจริญก็ย่อมแน่นอนว่าจะจำเริญเป็นแน่แท้
      ดังนั้นการทำงานของผู้ประกอบการ หรือบุคคลที่เป็นผู้นำไม่ควรคิดเก่าทำเก่า เมื่อเจอสิ่งใหม่ ๆ เราจะต่อต้านการเปลี่ยนแปลง (resistante to change) กลายเป็นคนไม่ทันสมัย และจะตกโลกในอนาคต   อนาคตจึงเป็นของบุคคลที่มีวิสัยทัศน์ (visionary) ในลักษณะมองไกล,ใจกว้าง,ใฝ่สุูง มิใ่ช่มองใกล้,ใจแคบ,ใฝ่ต่ำ  ก็ไม่สามารถเป็นผู้นำที่สร้างชาติได้สำเร็จ เพียงแต่เป็นผู้นำที่สร้างวาทะกรรมไปวันหนึ่ง ๆ สำเร็จ แต่ไม่เกิดคุณค่าแก่สังคมประการใด

No comments:

Post a Comment