Saturday, July 16, 2011

ภาวะผู้นำที่ยิ่งใหญ่กับอีคิว

     ภาวะผู้นำที่ยิ่งใหญ่เป็นแนวคิดที่ก้าวข้ามจากชุดของสมรรถนะแบบดั้งเดิมในการสร้างผู้นำ สิ่งสำคัญของภาวะผู้นำคือความฉลาดทางอารมณ์ (emotional quotient) และเป็นสิ่งเชื่อมโยงในการนำทางและสร้างองค์การที่มีความฉลาดทางอารมณ์ ผู้นำที่มีความฉลาดทางอารมณ์สามารถนำองค์การไปสู่ความสำเร็จในระดับแนวหน้าได้เพราะว่าเขามีแรงดลใจ (inspire), มีแรงจูงใจ (motivate) และสามารถขับเคลื่อนคนในองค์การให้เกิดความผูกพันได้   ผู้นำที่ยิ่งใหญ่สามารถเปลี่ยนบุคลากรโดยการใช้ช่องทางอารมณ์ในทิศทางที่เหมาะสม  ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดกลยุทธ์ต่อองค์การหรือธุรกิจในห้องประชุม หรือเป็นชุดรายการปฏิบัติงานในระดับที่ทำงาน สำหรับอีคิวของภาวะผู้นำที่ควรมีดังนี้
     การรับรู้ผลสะท้อน สำหรับช่องทางอารมณ์ในทางบวกที่เพิ่มพลังอำนาจของบุคลากรที่เป็นผู้ปฏิบัติงานในระดับสุงก้คือผลสะท้อน  วัฒนธรรมของผลสะท้อนนำไปสู่สิ่งที่สุดในตัวบุคลากร  ในทำนองตรงกันข้ามเมื่อผู้นำมีผลสะทอ้นแรงขับทางอารมณ์ในเชิงลบจะไม่ก่อให้เกิดการผสมผสานความสัมพันธ์ในการทำงานได้อย่างกลมกลืนทำให้ศักยภาพของบุคลากรต่ำกว่าที่คาดหมาย
       กุญแจสำคัญนำไปสู่ภาวะผู้นำสูงสุด  ที่สำคัญคือความฉลาดทางอารมณ์นับว่าเป็นพื้นฐานในการทำงานของผู้นำ  บุคคลที่มีภาวะผู้นำที่ฉลาดทางปัญญารู้ถึงกลวิธีในการจัดการกับตัวของเขาเองและความสัมพันธ์กับบุคคลที่เขาทำงานด้วยเพื่อจะขับเคลื่อนผลการปฏิบัติงานที่ดี สิ่งสำคัญได้แก่
ก. ผู้นำที่อารมณ์ดี ผลงานก็ดีด้วย
       - ผู้นำที่อารมณ์ดีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทีมงานในการกระทำหน้าที่ได้ดี เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้นำในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ในการทำงานในเชิงบวกเพราะว่าความขัดแย้งในอารมณ์ในกลุ่มสามารถกดทับผลการทำงานเป็นทีมได้    จากการศึกษาผู้บริหารระดับสูงจาก 500 บริษัทเปิดเผยว่า
อารมณ์ของฝ่ายจัดการระดับสูงทั้งหลายนำไปสู่ความร่วมมือ และผลงานทางธุรกิจที่ดีกว่า ข้อโต้แย้งสามารถนำเอาทัศนะที่ฝ่ายจัดการระดับสูงที่ส่งเสริมสภาพการทำงานของคนงานได้เป็นอย่างดี
        - ผู้นำที่รู้จักจังหวะ ถ้าหากเป็นแบบหลักพุทธศาสนาก็คือ รู้จักกาล,รู้จักบุคคล และสถานที่ แต่ในแง่ของความฉลาดทางอารมณ์ จะแสดงผลออกมาอย่างเป็นธรรมชาติในการเกี่ยวข้องกับบุคคล  การปฏิบัติงานของผู้นำส่งเสริมการร่วมผสานภายในทีมงาน และภายในองค์การ  ความเข้มแข็งเกี่ยวกับผู้นำที่แสดงออกทางอารมณ์ที่วางอารมณ์ในรูปแบบที่ให้บุคลากรได้ร่วมมือซึ่งกันและกันในรูปโฉมหน้าของการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน
        มิติ 4 ประการของความฉลาดทางอารมณ์
       การเสริมสร้างผลบวกเป็นหัวใจสำคัญของภาวะผู้นำสูงสุดที่สามารถขับเคลื่อนผู้นำที่มีความฉลาดทางอารมณ์เพราะว่าผู้นำจะเป็นผู้ส่งเสริมผลบวกในกลุ่ม เป็นเรื่องสำคัญที่จะเข้าใจถึงสมรรถนะความฉลาดทางอารมณ์  สิ่งที่น่าสนใจก้คือว่า สมรรถนะเหล่านี้ไม่ได้แฝงเร้นอยู่ภายในแต่เป็นความสามารถในการเรียนรู้ จากผลงานวิจัยผู้นำที่ดีจะแสดงออกในรูปแบบอย่างน้อย 1 สมรรถนะจาก 4 มิติ
        1. ความตื่นตัวของตัวเอง (self-awareness)
        2. การจัดการด้วยตนเอง (self-management)
        3. ความตื่นตัวกับสังคม   (social awareness)
        4. การจัดการความสัมพันธ์ (relationship management)
 แนวทางของภาวะผู้นำภายใต้ที่แข็งแกร่ง
        1. การมีวิสัยทัศน์           (visionary)
        2. การสอนงาน              (coaching)
        3. การสร้างความสัมพันธ์ใกล้ิชิด (affiliative)
        4. เป็นนักประชาธิปไตย (มองไกล ใจกว้าง ใฝ่สูง)
        5. กำหนดจังหวะก้าว      (pacesetting)
        6. การดูแลกำกับ           (commanding)
การค้นพบเกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง
    1. ค้นพบสิ่งแรกก่อน เช่นอุดมคติของตัวเองว่า "ใครที่จะต้องทำงานด้วย"
    2. ค้นพบประการที่สอง เ่ช่นตัวตนที่แท้จริงว่า "ฉันเป็นใคร?" มีอะไรที่ฉันเข้มแข็งและมีจุดอ่อนหรือช่องโหว่?" 
    3. ค้นพบประการที่สาม วาระในการเรียนรู้ของฉัน เช่น ทำอย่างไรจึงจะสามารถสร้างความเข้มแข็งเพื่อลดจุดอ่อนหรือช่องโหว่ได้
    4. ค้นพบประการที่สี่ เช่่นการทดลองด้วยการลงมือทำพฤติกรรม, ความคิด, และความรู้สึกที่มีต่อทัศนะที่เป็นแบบฉบับ
    5. ค้นพบประการที่ห้า เช่นการปรับปรุงการสนับสนุน และการสร้างความสัมพันธ์ที่ไว้เนื่อ
เชื่อใจกันที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเท่าที่ทำได้
    สรุป ภาวะผู้นำสูงสุดเป็นการกำหนดอารมณ์ที่มั่นคงทางอารมณ์ต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ภายใต้คำ
อธิบายในสมองที่เป็นความคิดที่เปิดโลก  ดังนั้นผู้นำต้องทำงานหนักเพื่อให้สมรรถนะความฉลาดทางอารมณ์ที่จะสร้างให้เขาเป็นผู้นำที่รับรู้ผลสะท้อนเพราะว่ามันเป็นกุญแจสำคัญของภาวะผู้นำที่ก้าวไปสู่สูงสุดเขาจะสร้างวัฒนธรรมของการรับรู้ผลสะท้อนโดยการแสดงออกของความสามารถในความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งทำให้อิ่มเอิบใจตลอดทั่วทั้งองค์การ   ผู้นำที่รับรู้ผลสะท้อนมีจุดประสงค์ที่จะดำรงชีวิตที่รับรู้ความรู้สึกในผลสะท้อนเพื่อตัวเขาเอง และบุคลากรของเขา ซึ่งเป็นชนิดของการรับรู้ที่เป็นการสร้างความฉลาดทางอารมณ์  หากมาเปรียบเทียบกับผู้นำทางการเมืองของไทยจะพบว่าผู้นำรัฐบาลหนึ่งได้มาอย่างง่ายดายมีตัวช่วยมากมาย ถนนนั้นราบเรียบไร้อุปสรรค แต่เมื่อลงมือทำงานก็เกิดอุปสรรคจากสิ่งที่เป็นกับดักของตนเองแต่อีกรัฐบาลหนึ่งกว่าจะได้เป็นผู้นำ ถนนขรุขระเป็นถนนที่ขับเคลื่อนอย่างมาราธอน และเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา แต่เมื่อสำเร็จย่อมมีบารมีเหนือกว่าผู้ที่ได้เป็นผู้นำมาอย่างง่าย ๆ แต่หาความสำเร็จไม่ค่อยได้  ดังอุปมาที่่ว่า "ผู้ที่ชอบเดินทางโล่งเตียนย่อมไปสู่นรก ผู้เดินทางเลี้ยวลดคือผู้ที่ไปสู่สวรรค์" นั่นเอง
  อ้างอิงจากการทบทวนวรรณกรรมโดยรีจีน อาซูรีน

No comments:

Post a Comment