Friday, July 15, 2011

ประชาธิปไตยอัจฉริยะ (7)

           4. ประชาธิปไตยในชุมชน  ปัจจุบันเนื่องจากยุคสังคมโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ซึ่งเป็นประชาธิปไตยที่ตื่นตัวโดยกลุ่มรากหญ้า (grass-root democracy) ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย  เพราะกลุ่มคนรากหญ้ามักจะไม่ได้เกี่ยวข้องทางการเมืองมาเป็นเวลานานนับร้อยปี ซึ่งในประวัติศาสตร์ไทยไม่เคยเป็นอย่างนี้     แต่นับว่าเป็นเรื่องดีมากกว่าเรื่องเสียเพราะเท่ากับประชาชนไทยกำลังยกระดับจากวิถีไพร่ฟ้าไปสู่ประชาชน และจากประชาชนสู่ความเป็นพลเมือง (Civil Society) ซึ่งเรื่องนี้กลุ่มชนชั้นกลางในเมืองหรือคนชั้นสูงอาจไม่คุ้นเคยต่อการตื่นตัวของประชาชนในชนบท หรือวิถีชุมชน เมื่อประชาชนมีความฉลาดทางประชาธิปไตยก็จะมีข้อดีคือประชาชนจะไม่สนใจการซื้อเสียงของบุคคลที่สมัครรับเลือกตั้ง ทำให้การเมืองไทยต่อไปนี้แม้ว่าผู้ที่รับเลือกตั้งจะชี้ชวนให้ซื้อเสียงเลือกตั้งอย่างไรก็ดี ก็ไม่สามารถซื้อใจประชาชนได้  ซึ่งเกิดขึ้นกับประเทศไทยทั้งประเทศ ซึ่งหลังจากเกิดการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนรากหญ้าได้เรียนรู้ และศึกษาจนเข้าใจถ่องแท้ถึงสิทธิ, เสรีภาพ,ความเสมอภาค รวมทั้งภราดรภาพ  ซึ่งในอนาคตก็จะเป็นทุนมนุษย์ประชาธิปไตย (Democratic human capital) ซึ่งนับว่าเป็นความตื่นตัวเกิดขึ้นก่อนและมีหลายประเทศได้นำไปแบบอย่าง มิได้แปลว่าต่างประเทศจะรังเกียจความตื่นตัวในเรื่องประชาธิปไตย  ดังนั้นจึงปรารถนาให้คนไทยทุกชนชั้นดีใจกับปรากฎการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในทางบวกดีขึ้น  หากเรามีจิตใจเชิงบวก เราก็จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น   ความเลวร้ายของความเข้าใจผิดที่ผ่านมากลับช่วยบ่มเพาะจิตสำนึกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกสาขาอาชีพและวิถีชุมชน  ซึ่งพร้อมจะก้าวต่อการเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่มีใครจะหยุดยั้งได้  เปรียบเสมือนสึนามีทางความต้องการของประชาชนขนานใหญ่  ยิ่งมีแรงต่อต้านจากกลุ่มบุคคลที่ไม่รักประชาธิปไตยเท่าใด ก็ยิ่งเท่ากับเติมเชื้อพลังประชาธิปไตยอย่างรวดเร็วมากขึ้น  ไม่ว่าจะเดินไปในทางที่ดี หรือทางเลวร้ายก็ตาม  สิ่งสำคัญคือคนไทยมีทุนมนุษย์ หรือทุนทางสังคมประชาธิปไตยที่ไม่แพ้ประเทศอื่นในโลกนี้ ต่อไปประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างดี  บุคคลที่เป็นศัตรูต่อประชาธิปไตยหรือต่อความต้องการของประชาชนก็จะไม่ช่วยให้มีผลดี แต่จะไม่สามารถอยู่ในสังคมที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการได้ แม้การหาเสียงเลือกตั้งปัจจุบันนี้ดูประหนึ่งว่าจะพลังของเสียงส่วนน้อยที่ต้องการวิถีทางการปกครองแบบประเพณีนิยมก็ตาม  แต่ท้ายที่สุดบุคคลเหล่านี้ก็จะหันมายอมรับการเปลี่ยนแปลงทีละเล็กละน้อยในท้ายที่สุดก็จะยอมรับอย่างเต็มที่  นี่คือปรากฎการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน

No comments:

Post a Comment